สินค้าที่ขายออนไลน์ต้องเป็นอย่างไร

 เคยสงสัยมั้ยว่า บางครั้ง เราไม่ได้อยากซื้อสินค้าอันนี้หรอก แต่สุดท้ายแล้วทำไมมันถึงมาอยู่ในมือเราซะอย่างงั้น?

สินค้าและร้านค้าเหล่านี้ราวกับมีเวทมนตร์อะไรบางอย่างอยู่ในตัวมัน แค่มองปุ๊บก็หลงใหลปั๊บ ทำให้เราเผลอซื้อมันมาในที่สุด  ความจริงแล้วในโลกแห่งการตลาดไม่ได้มีเวทมนตร์อะไรแบบนั้นหรอกค่ะ สิ่งที่นักการตลาดทำมันคือการโน้มน้าวใจ แต่เดี๋ยวนี้จะมาโน้มน้าวกันตรงๆก็ไม่ได้ มันมักจะมาในรูปแบบของการแฝงอยู่ในตัวสินค้า เช่น กลิ่น สีสัน แต่สำหรับสินค้าที่ขายออนไลน์นั้นจะมีเรื่อง แบบตัวอักษร เสียงประกอบ วีดีโอ และอื่นๆเข้ามาเพิ่มได้ด้วย

Products sold online

  1. เสียงเพลงประกอบการตัดสินใจ  เสียงเพลงประกอบในร้านมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า บางครั้งเราอาจไม่ได้สังเกตเลยว่าเพลงกำลังเปิดอยู่ มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเสียงเพลงประกอบบอกว่า คนที่จะซื้อไวน์ไม่สามารถตอบได้ว่า ในขณะที่เลือกอยู่นั้น ร้านเปิดเพลงอะไรให้ฟัง แม้กระทั่งประเภทของเพลงยังตอบไม่ได้เลย แต่ท้ายที่สุดเขากลับเลือกซื้อไวน์ที่มีราคาแพงที่สุด  นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีหน้าร้านจริง แต่สำหรับหน้าร้านออนไลน์ “แม่ค้าผู้น่าlike” ไม่ขอแนะนำนะคะ เพราะลูกค้าทุกคนอาจจะไม่ได้อยู่ในที่ที่ใช้เสียงได้ หรือว่าเพลงที่อยู่ในหูฟังของลูกค้า อาจจะตีกับเพลงของเราได้
  2. . สีสันสะดุดตา  สีมีส่วนช่วยในการเลือกซื้อสินค้าเหมือนกันนะ บางครั้งการเลือกใช้สี จึงจำเป็นต้องดูว่าเหมาะสมกับสินค้าหรือไม่ เช่น ถ้าเราขายสินค้าจากธรรมชาติ โทนสีที่ควรใช้คือสีเขียว เพราะเป็นสีที่บ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา หรือถ้าเราขายสินค้าแฟชั่น สีที่ใช้อาจเป็นสีที่สดใส เช่น ชมพู หรือฟ้า เพื่อแสดงถึงความน่ารักและทันสมัยตลอดเวลา แต่ข้อควรระวังของการเลือกใช้สีก็คือ หน้าเว็บของเราไม่ได้ใหญ่เหมือนหน้าร้านค้า เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องระมัดระวังมากขึ้น การเลือกสีที่สว่างจนเกินไปอาจทำให้นักช้อปปวดตาได้นะ  เพราะแสงที่สะท้อนออกมาจากจอคอมมันสว่างมากอยู่แล้ว ถ้าเราใช้สีฟ้าสว่างจ้าเป็น Blackground ใครจะทนดูได้เกิน 5 นาที?
  3. Font บ่งบอก  แบบอักษรถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ บางคนก็ไม่ได้เลือกใช้แบบอักษรมาตรฐานที่อ่านง่ายอยู่แล้ว บางคนก็ไม่ชอบเพราะมันดูเรียบเกินไป เลยสรรหา Font แปลกๆมาใช้เพื่อให้เข้ากับ Concept ของร้าน แต่การเลือกใช้ Font แปลกๆอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ เช่น ลูกค้าอ่านไม่ออก เพราะFont ที่เลือกมา Art เกินไป หรือลูกค้าอ่านออกก็จริง แต่อ่านแล้วรู้สึกรำคาญ สุดท้ายเขาจะเลิกอ่านไปในที่สุด แต่ถ้าจะใช้ Font มาตรฐาน ลูกค้าก็จะมองว่าร้านเราดูเชยไปซะอีก เพราะฉะนั้นเราควรเลือกหา Font ที่อยู่ตรงกลางระหว่างคำว่า Art กับคำว่ามาตรฐาน จะเป็นอะไรที่ลงตัวมากที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *