เทคนิคการตลาดเชิงรุก

การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในฐานะของผู้บัญชาการ คุณมีหน้าที่คิดแผนการรบในเชิงรุกที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นผู้นำขึ้นมา นั่นก็คือการคิดค้นและนำเทคนิคการตลาดเชิงรุกไปใช้เพื่อที่เว็บไซต์ของคุณกลายเป็นสุดยอด

ในเมื่อมีเว็บนับร้อยที่มีเนื้อหาใกล้เคียงเว็บของคุณ ก็เหมือนคุณมีอุปสรรคนับร้อยที่ต้องฟันฝ่าเพื่อให้ไปถึงจุดหมาย ช่างเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ถ้าคิดว่าคุณก็มีพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพนับร้อยที่จะผลักดันให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เช่นกัน

            เพื่อให้ชะในสงครามเว็บไซต์ ฃคุณจะต้องดำเนินการตามข้อปฏิบัติ 7 ประการ ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายเชิงรุก
  2. กำหนดเของเขตแผนการโจมตี
  3. เลือกสรรผู้นำที่จะดำเนินการตามแผนการ
  4. สร้างพันธมิตร
  5. ดำเนินการโจมตี
  6. ประเมินผลความคืบหน้าและตื่นตัวอยู่เสมอ
  7. อย่างปล่อยจนกว่ากองทัพของคุณจะชนะ

ขั้นที่ 1 กำหนดเป้าหมายเชิงรุก

สิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อจะได้ชัยชนะในสงครามเว็บไซต์ คือการกำหนดเป้าหมายเชิงรุก อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจากการทำเว็บ คุณต้องการจะอยู่ตำแหน่งใดเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งคนอื่นๆ อะไรเป็นเป้าหมายความสำเร็จที่สำคัญของคุณ

ขั้นที่ 2 กำหนดเของเขตแผนการโจมตี

แผนการโจมตีเป็นเสมือนพิมพ์เขียนที่จะบอกคุณว่า จะสามารถก้าวไปยังจุดหมายได้อย่างไร จะใช้วิธีการอย่างไร เพื่อจะประสบผลในจุดมุ่งหมายที่ได้วาดไว้ และมีแผนสำรองไว้รับมือกับความล้มเหลวอย่างไร

ในการกำหนดขอบเขตแผนการโจมตี คุณจำเป็นต้องรู้ข้อมูลของคู่แข่งคนสำคัญของคุณให้มากที่สุดนั่นคือ คุณควรจะศึกษาเว็บไซต์ สถิติ รูปแบบ จุดเด่น และจุดด้อยของคู่แข่ง เพื่อที่จะเป็นผู้ชนะในสงครามนี้

ขั้นที่ 3 เลือกสรรผู้นำที่จะดำเนินการตามแผนการ

การพยายามเข้าร่วมสงครามเพียงคนเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่เข้าท่า เพราะมีอัจฉริยะบางคนที่สามารถทำงานแทนคน 4-5 คนได้ สำหรับกองทัพที่ประสบความสำเร็จ คุณต้องการผู้ช่วยดำเนินการ ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อน ญาติ ผู้เข้าชมประจำ หรือผู้ร่วมงาน ใครก็ได้ที่ต้องการยื่นมือเข้าช่วยคนให้ประสบความสำเร็จ และเมื่อคุณไปได้ถึงจุดหมายแล้ว ก็อย่าลืมตอบแทนผู้ช่วยของคุณด้วย

ขั้นที่ 4 สร้างพันธมิตร

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า มีมิตรนั้นดีกว่าศัตรู ยิ่งคุณสร้างมิตรภาพได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะสามารถไปสู่จุดหมายได้เร็วเท่านั้น การสร้างสัมพันธภาพแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะดังนี้

  1. สร้างสัมพันธภาพกับเว็บไซต์ที่คุณอาจพิจารณาว่าเป็นคู่แข่ง
  2. สร้างสัมพันธภาพกับบุคคลและองค์กรที่อยู่ในแวดวงธุรกิจของคุณ
  3. สร้างสัมพันธภาพกับเว็บไซต์ที่ไม่ใช่คู่แข่งของคุณ แต่ให้บริการต่างกับเว็บไซต์ของคุณ
  4. สร้างสัมพันธภาพกับผู้ที่เข้าชมประจำ

ขั้นที่ 5 ดำเนินการโจมตี

เมื่อคุณมีกลยุทธ์และแผนการต่างๆ พร้อมรับมือ ก็คงถึงเวลาแล้วที่จะดำเนินการโจมตีด้วยความรอบคอบระมัดระวัง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การกำหนดเวลาว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จุดไหนจะเป็นจุดตัดสินใจว่าคุณได้ไปถึงจุดมุ่งหมายแล้ว แผนสำรองแบบไหนที่จะนำมาใช้หากกการโจมตีครั้งแรกไม่ได้ผล คุณจะต้องร่างทุกอย่างไว้ก่อนที่จะดำเนินการโจมตี

ขั้นที่ 6 ประเมินผลความคืบหน้าและตื่นตัวอยู่เสมอ

องค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การทำศึกก็คือ การประเมินความคืบหน้าของสิ่งที่ทำอยู่พร้อมกับการปรับปรุงแก้ไขไปในเวลาเดียวกัน

และนี่ก็เป็นวิธีที่คุณจะต้องตื่นตัว ไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยหากคู่แข่งของคุณสังเกตเห็นการโจมตีอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องของคุณได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และส่วนมากเขาและเธอเหล่านั้นจะถูกกระตุ้นให้ต้องคิดหารูปแบบใหม่ๆ มานำเสนอ หรือปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อจะดึงผู้เข้าเยี่ยมชมกลับไปฉะนั้นคุณต้องเตรียมพร้อม

ขั้นที่ 7 อย่างปล่อยจนกว่ากองทัพของคุณจะชนะ

สงครามอาจจะยืดเยื้อเป็นเวลานานเหมือนสงคราม 100 ปี ที่เล่าขานกันมา แน่นอน! คุณต้องการครอบครองชัยชนะให้เร็วที่สุด เพื่อคุณจะได้กลับไปทำธุรกิจอย่างปกติ อยู่กับการปรับปรุงและเผยแพร่เว็บไซต์

ชัยชนะในสงคราม กุญแจสำคัญในการจะได้มาซึ่งชัยชนะก็คือ การดำเนินการตามแผนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ในระหว่างการต่อสู้ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณลดความระมัดระวังลงแม้เพียงวันเดียวก็หมายถึงการเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ คุณจะต้องเข้มแข็งจนกว่าจะได้ชัยชนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *