Search Engine Marketing เทคนิคการตลาดออนไลน์

sem

SEM (Search Engine Marketing) เทคนิคการตลาดออนไลน์      เรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว

เมื่อโลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน การเกิดขึ้นของเว็บไซต์เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสาร สินค้า และบริการต่าง ๆ จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จากปริมาณข้อมูลที่มีอยู่มหาศาล อาจทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว จึงได้เกิดการพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่เรียกกันว่า “เสิร์ชเอนจิ้น (Search Engine)” ซึ่งจากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจัดทำโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พบว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ ใช้เพื่อค้นหาข้อมูล เป็นอันดับ 3 รองจากการใช้เพื่อการพูดคุยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ และการใช้เพื่ออ่านข่าว/อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ ใช้เพื่อค้นหาข้อมูลเป็นอันดับ 2 รองจากการใช้เพื่อรับส่งอีเมล

เจ้าของเว็บไซต์ต่าง ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เว็บไซต์ของตนติดอันดับต้น ๆ ของผลลัพธ์การค้นหา เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ เทคนิคนี้เรียกว่า การตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือ การตลาดผ่านเสริช์เอนจิ้น (Search Engine Marketing) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า SEM โดยเทคนิคของ SEM มี 2 วิธีหลักๆ ได้แก่ 1) การปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อทำอันดับในผลการค้นหา Search Engine Optimization หรือ SEO และ 2) การลงโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิ้ก Pay Per Click Advertising หรือ PPC

Search Engine Optimization หรือ SEO เป็นวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงกับหลักการค้นหาของเสริช์เอนจิ้น ซึ่งหากสามารถทำได้ จะทำให้ผลลัพธ์การค้นหาถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ โดยวิธีการทำ SEO สามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนที่ควรทำไปพร้อมกัน ได้แก่ 1) On Page Factor คือการปรับแต่งเว็บเพจให้ตรงกับหลักการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้น เช่น การปรับแต่งเนื้อหาของเว็บเพจให้มี คีย์เวิร์ด (Keyword) จำนวนมาก ๆ สอดคล้องเป็นเรื่องราวเดียวกัน และมีความทันสมัยตลอดเวลา และการทำแผนผังเว็บไซต์ (Site Map) เป็นต้น และ 2) Off Page Factor เป็นเทคนิคการใช้ปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งเว็บไซต์ของเจ้าของเว็บ เช่น การแลกลิงค์ (Link) กับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน และการสร้างประกาศซื้อ-ขายบนเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำ SEO จะเป็นวิธีทางการตลาดออนไลน์ที่อาจไม่ต้องใช้เงินลงทุน หรือใช้เงินลงทุนไม่สูงเท่าการทำ PPC แต่ก็เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยเวลากว่าจะเห็นผล รวมทั้งต้องใช้ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของผู้ทำด้วย

Pay Per Click Advertising หรือ PPC เทคนิคนี้จะเห็นผลอย่างรวดเร็ว และไม่ต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสูงเหมือนการทำ SEO แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายคือค่าโฆษณา โดยจะเสียก็ต่อเมื่อผู้เข้าค้นหาคลิกไปยังเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา จึงเรียกรูปแบบการโฆษณานี้ว่า Pay Per Click วิธีการคือ ผู้เข้าเยี่ยมจะค้นหาข้อมูลต่าง ๆ จากเว็บไซต์ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้น เมื่อคำค้นหานั้นตรงกับคำค้นหาที่ผู้ลงโฆษณากำหนดไว้ เว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาก็จะปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่เด่นที่สุดของเสริช์เอนจิ้นนั้น ซึ่งส่วนมากมักจะแสดงอยู่ด้านบนสุด ด้านขวามือ หรือแม้แต่ด้านล่างสุดก็ตาม ทั้งนี้ ตำแหน่งที่จะปรากฏในเสิร์ชเอนจิ้นที่เด่นที่สุดนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับการเสนอราคาประมูลกับทางเสิร์ชเอนจิ้นอีกด้วย เช่น คำว่า Condo อาจมีผู้ค้นหาจำนวนมาก และเจ้าของเว็บไซต์ต่าง ๆ ต้องการลงโฆษณาด้วยคำนี้ ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นจึงเปิดแข่งขันการประมูลคำค้นหา โดยเว็บไซต์ที่ให้ราคาประมูลสูงสุดก็จะได้รับการนำเสนอในตำแหน่งที่ดีที่สุดนั่นเอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *