สินค้าที่ขายออนไลน์ต้องเป็นอย่างไร

 เคยสงสัยมั้ยว่า บางครั้ง เราไม่ได้อยากซื้อสินค้าอันนี้หรอก แต่สุดท้ายแล้วทำไมมันถึงมาอยู่ในมือเราซะอย่างงั้น? Continue reading “สินค้าที่ขายออนไลน์ต้องเป็นอย่างไร” »

เทคนิคง่ายๆกับการขายของออนไลน์

“ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับเลยละค่ะว่าการขายของออนไลน์นั้นเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังทำและมองหาโอกาสที่จะทำอยู่ ถูกต้องไหมค่ะ? หลายๆท่านที่กำลังทำอยู่อาจกำลังเจอกับปัญหาโลกแตกที่ว่า ทำไมลูกค้าไม่ยอมซื้อของจากเว็บเราซักทีนะ? บางคนก็ตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่า เราทำอะไรพลาดกันแน่? ทำไมขายไม่ดี? ทุกคำถามเรามีทางออกให้คุณเสมอค่ะ ”

วันนี้เรามารู้จักเทคนิคง่าย ในการขายของออนไลน์ดีกว่าค่ะ

  1. สร้างความประทับใจในการเข้ามาดูสินค้า
  2. สร้างความน่าเชื่อถือในสินค้า
  3. ให้ข้อมูลแนะนำสิ่งที่ดีๆในตัวสิ้นค้านั้นๆ
  4. เลือกวิธีการชำระเงิน
  5. จัดโปรโมชั่นในการขายสินค้า
  6. ประชาสัมพันธ์สินค้า/โฆษณาสินค้าเพือดึงดูดความสนใจ
  7. บริการหลังการขาย เป็นสิ่งที่จำสำคัญในการขายของออนไลน์

ที่มาของเว็ปไซต์ : http://bandaelsalvador.com

 

นักการตลาดยุคออนไลน์

online

ต้องยอมรับว่าการทำงานในปัจจุบัน มีรูปแบบและวิธีคิด วิธีการสื่อสารแตกต่างจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก (อาจนับย้อนกลับไป 10 ปี) ดังนั้นหากเปรียบเทียบนักการตลาดยุคเก่ากับนักการตลาดยุคใหม่ นั้นมีวิธีคิด รูปแบบ ช่องทางการสื่อสารถึงผู้บริโภคแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเช่นเดียวกันผลลัพธ์ หรือวิธีการวัดผลก็แทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน

หากผมเป็นบริษัทผลิตรองเท้าอยากให้นักการตลาดรุ่นเก๋ากับนักการตลาดออนไลน์ มาช่วยทำการตลาด คุณจะเห็นได้ถึงความแตกต่างของการทำแผนการตลาดของคน 2 กลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจน

นักการตลาดรุ่นเก๋า (Traditional Marketer)

นักการตลาดรุ่นเก๋าจะมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Group) แล้ววางแผนการตลาดโดยใช้สื่อเด่น ๆ มุ่งไปสู่สื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ ได้แก่ TV, สิ่งพิมพ์, วิทยุ, งานอีเวนต์, สื่อพี.อาร์. ซึ่งส่วนใหญ่สื่อที่นักการตลาดรุ่นเก๋าใช้ก็มักจะอยู่ในกรอบรูปแบบนี้ และงบประมาณก็ใช้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน อาจต้องขึ้นหลักหลายแสนบาทจนถึงล้าน จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างได้ผล และสุดท้ายการวัดผลก็เป็นไปได้ยาก คลุมเครือ อาจต้องไปจ้างบริษัททำรีเสิร์ช มาวัดผลว่าสิ่งที่ทำไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นขั้นตอนของการตลาดที่เราทำมากันช้านาน

นักการตลาดออนไลน์ (Online Marketer)

ลองมาดูกับนักการตลาดออนไลน์ เมื่อวางแผนการตลาดก็จะมีการวางแผนสื่อออนไลน์ที่สามารถกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำแบบ 1 ต่อ 1 แบบรู้เลยว่าจะให้ผู้ชาย ผู้หญิง กะเทย อายุเท่าไร ชอบอะไรเป็นพิเศษ อยู่จังหวัดไหน อยู่ประเทศอะไร “ทำให้การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไม่ใช่คนในประเทศอีกต่อไป” หลังจากนั้นรูปแบบของสื่อที่จะสื่อออกไปหาลูกค้าก็มีความหลากหลายช่องทาง หลายรูปแบบ สามารถสื่อสารได้ทั้งภาพ เสียง วีดีโอ ทางออนไลน์ เว็บไซต์ มือถือ แท็บเลต ทำให้ผู้รับสื่อจะกลับมาดูเมื่อไรก็ได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นอย่างมากในการรับสาร ซึ่งปัจจุบันคนไทยใช้เวลากับสื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ใช้เวลากับสื่อเดิม ๆ น้อยลง อย่างเห็นได้ชัด และการสื่อสารทางออนไลน์ ไม่จำเป็นที่เจ้าของสินค้าจะพูดหรือสื่อสารเอง (Direct Communication) แต่อาจจะให้คนอื่น ๆ คนที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ในเว็บบอร์ด (Online Influencer) หรือ บล็อกเกอร์ รวมไปถึง เพื่อน ๆ ของเค้า กลายเป็นสื่อให้กับสินค้าและแบรนด์ต่าง ๆ ได้ผ่านโซเชียลมีเดีย ในรูปแบบสื่อสารทางอ้อม (Indirect Communication) ซึ่งจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ (Trust) สูงกว่าการสื่อสารในรูปแบบการโฆษณาแบบเดิม ๆ

นอกจากนี้สิ่งที่สื่อออนไลน์มีความได้เปรียบสื่อทั่วไปคือ สามารถวัดผลได้แม่นยำมาก คือ รู้เลยว่าคนไหนดู ผู้ชาย ผู้หญิง อายุเท่าไร จังหวัดไหน ชอบดูอะไรเป็นพิเศษ และคนเหล่านั้นมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างแบบทันที (Real Time) ทำให้เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ ปรับปรุงการตลาดของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายงบประมาณหรือเงินที่ใช้กับสื่อออนไลน์ นั้นไม่จำเป็นต้องใช้มากมายก็สามารถเริ่มต้นทำได้
อย่างการลงโฆษณาใน Google หรือ Facebook เพียงแค่ 10 บาทก็สามารถเริ่มต้นทำได้แล้ว และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทหรือทีมงาน เพราะคุณเองก็สามารถทำเองได้ทันที ไม่ยากผ่านหน้าเว็บไซต์

QR code การตลาดยุคออนไลน์

QR code

QR code คืออะไร

QR code (Quick Response) คือโค้ด 2 มิติที่ประกอบด้วยมอดูลสีดำเรียงกันในลักษณะกรอบสี่เหลี่ยม มีพื้นหลังสีขาว ที่สามารถอ่านได้ด้วยเครื่องสแกนคิวอาร์ในโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องและสมาร์ตโฟนเพื่อถอดข้อมูลจากโค้ด ซึ่งเมื่อใช้กล้องสแกนอ่านโค้ดแล้วโปรแกรมก็จะดึงข้อมูลต่างๆ ทั้งภาพ ข้อความ วิดีโอ หรือลิงก์ออกมา ถือเป็นอีกทางหนึ่งในการดึงคนจากออฟไลน์ไปสู่โลกออนไลน์

QR code ใช้ทำอะไร

QR code มีมานานแล้วในประเทศญี่ปุ่นและก็ได้รับความนิยมมาก ใช้กันเป็นเรื่องปกติ สินค้าแทบทุกตัวจะติด QR code เข้าไว้ แทนที่จะต้องมานั่งจดชื่อผลิตภัณฑ์ ก็แค่สแกน QR code แทน สะดวกสบาย แถมยังใช้ลิงก์เชื่อมไปยังเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ได้เลยด้วย นอกจากนี้ Billboard ใจกลางเมืองบางอันยังเล่นกับโค้ดโดยนำเอา QR code ไปติดไว้แทนรูปภาพหรือตัวอักษร ใครอยากรู้ว่าเป็นอะไรก็ต้องเอาโทรศัพท์มือถือไปสแกน QR code นั้น แล้วมือถือก็จะอ่านโค้ดและแสดงผลให้รู้ว่ามันคือโฆษณาอะไร ถือเป็นการทำการตลาดที่เก๋ไปอีกแบบ

QR code ยังทำได้อีกเยอะ

  • ใส่ QR code ไว้บนนามบัตร

แทนที่เราจะต้องเก็บนามบัตรไว้จนกระเป๋าสตางค์หนาปึ้ก การใช้ QR code ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกันง่ายขึ้นไปอีก เพราะแค่ทำ QR code ที่มีข้อมูลของคุณ เช่น ชื่อ เบอร์ติดต่อ อีเมล เว็บไซต์ แล้วแลกกันสแกน เท่านี้ข้อมูลจำเป็นต่างๆ ก็จะถูกเก็บเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนทั้งหลาย โดยสามารถจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ใน contact ของคนนั้นๆ ได้เลย เมื่อไหร่ที่ต้องการเรียกใช้ก็แค่กดดู ข้อมูลทั้งหมดก็จะปรากฏออกมาทันที ไม่ต้องกลัวหาย หรือต้องเสียเวลาไปรื้อหาในซองเก็บนามบัตรหน้าปึ้กให้วุ่นวายอีกต่อไป

  • แปะ  QR codeไว้ในสื่อโฆษณา

ลองนำ QR code ไปประยุกต์ใช้กับ Social Network เพื่อเพิ่มความน่าสนใจดูซิ

ไม่ว่าจะเป็นสื่อโฆษณาแบบไหนก็สามารถนำ QR code ไปแปะไว้ได้ ทั้งแผ่นพับ ใบปลิว โปสเตอร์ ไปจนถึง Billboard ยักษ์ แค่เพิ่มแคมเปญใหม่ๆ เช่น ให้นำสแกน QR code เพื่อลิงก์ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่มีการแจกของรางวัล ลิงก์ไปยังวิดีโอคลิปโฆษณาตัวใหม่ใน Youtube หรืออาจจะนำไปผูกกับ Facebook หรือ Twitter ก็ยังได้ ซึ่งไอเดียนั้นมีมากมาย แค่ให้ฝ่ายการตลาดช่วยกันระดมความคิดอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าแคมเปญของเราอาจดังไปทั่วโลกออนไลน์เลยก็ได้